หุ้นกู้ vs หุ้นปันผล บริษัทเดียวกัน เลือกแบบไหนคุ้มกว่า
หุ้นกู้ vs หุ้นปันผล บริษัทเดียวกัน แบบไหนให้ผลตอบแทนมากกว่ากัน?
การลงทุนในบริษัทเดียวกันระหว่างการถือครองตราสารหนี้เพื่อรับ ดอกเบี้ยหุ้นกู้กับเงินปันผล จากหุ้นสามัญ ให้โครงสร้างกระแสเงินสดและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบข้อมูลผลตอบแทน ณ ปัจจุบันเผยให้เห็นว่า ในบางบริษัทอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินปันผลอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บางบริษัทอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) กลับสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้อย่างชัดเจน การศึกษาสถิติเชิงลึกจะช่วยให้นักลงทุนประเมินทิศทางการจัดสรรพอร์ตโฟลิโอได้อย่างแม่นยำ

สถิติเปรียบเทียบหุ้นกู้กับหุ้น 11 บริษัทยักษ์ใหญ่: กลุ่มไหนให้ผลตอบแทนชนะ?
การวิเคราะห์ เปรียบเทียบหุ้นกู้กับหุ้น จากข้อมูล 11 บริษัทจดทะเบียน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มโครงสร้างผลตอบแทน ดังนี้
1. กลุ่มที่ดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินปันผล
-
ANAN (อนันดา): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 7.20% (อายุ 2.6 ปี, เครดิตเรตติ้ง BB) | เงินปันผล 0.00% (ไม่จ่าย) | ส่วนต่าง +7.20%
-
ORI (ออริจิ้น): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 6.10% (อายุ 1.75 ปี, เครดิตเรตติ้ง BBB) | เงินปันผล 3.52% | ส่วนต่าง +2.58%
-
IRPC (ไออาร์พีซี): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.70% (อายุ 3 ปี, เครดิตเรตติ้ง A-) | เงินปันผล 0.44% | ส่วนต่าง +2.26%
-
BGRIM (บี.กริม เพาเวอร์): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.60% (อายุ 4 ปี, เครดิตเรตติ้ง A-) | เงินปันผล 2.31% | ส่วนต่าง +0.29%
-
TRUE (ทรู): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.50% (อายุ 5 ปี, เครดิตเรตติ้ง A+) | เงินปันผล 2.30% | ส่วนต่าง +0.20%
-
STECON (สเตคอน): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3.30% (อายุ 3 ปี, เครดิตเรตติ้ง BBB+) | เงินปันผล 3.18% | ส่วนต่าง +0.12%
กลุ่มที่จ่ายเงินปันผลหุ้นให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยหุ้นกู้
-
SIRI (แสนสิริ): เงินปันผล 8.48% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3.10% (อายุ 3 ปี, เครดิตเรตติ้ง BBB+) | ส่วนต่าง +5.38%
-
CPF (ซีพีเอฟ): เงินปันผล 5.78% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.60% (อายุ 5 ปี, เครดิตเรตติ้ง A) | ส่วนต่าง +3.18%
-
KTC (บัตรกรุงไทย): เงินปันผล 4.54% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.02% (อายุ 5 ปี, เครดิตเรตติ้ง AA) | ส่วนต่าง +2.52%
-
CPALL (ซีพี ออลล์): เงินปันผล 3.38% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.53% (อายุ 5.9 ปี, เครดิตเรตติ้ง AA-) | ส่วนต่าง +0.85%
-
BJC (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์): เงินปันผล 3.23% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.43% (อายุ 6 ปี, เครดิตเรตติ้ง A) | ส่วนต่าง +0.80%
ข้อพิจารณาเชิงลึก: ปัจจัยความเสี่ยงและโครงสร้าง ผลตอบแทนหุ้นกู้ หุ้นปันผล ที่ต้องรู้
การพิจารณาว่าจะ ลงทุนหุ้นกู้หรือหุ้นดี ไม่สามารถตัดสินจากตัวเลขอัตราผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินโครงสร้างความเสี่ยงร่วมด้วย
-
อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating): หุ้นกู้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงมักมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงกว่า เช่น ANAN (BB) ขณะที่หุ้นกู้เกรดความน่าเชื่อถือสูงอย่าง KTC (AA) จะเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตามระดับความเสี่ยง
-
ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ (Capital Gain / Loss): หุ้นสามัญให้อัตราปันผลที่ปรับเปลี่ยนตามผลประกอบการและราคาหุ้นในตลาด หากราคาหุ้นปรับตัวลดลง ผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาอาจทำให้ผลตอบแทนรวมติดลบได้
-
ภาระภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ดอกเบี้ยหุ้นกู้และเงินปันผลหุ้นมีโครงสร้างภาษีหัก ณ ที่จ่ายและการขอเครดิตภาษีที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิที่แท้จริง
เลือกลงทุนหุ้นกู้หรือหุ้นดี? วางแผนกลยุทธ์ให้ตรงกับเป้าหมายทางการเงินของคุณ
-
ข้อมูล ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 จากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
-
อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้เป็นอัตราคงที่ ณ วันเสนอขายตามรุ่นที่อ้างอิง และเงินปันผลคำนวณจากข้อมูลย้อนหลัง ตัวเลขทั้งหมดเป็นอัตราก่อนหักภาษี
-
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
Recommended for You
อัปเกรดชั้นธุรกิจ การบินไทย เช็กค่าธรรมเนียมหน้าเคาน์เตอร์
คอร์สเรียนฟรีการลงทุน SET อัปสกิล 3 สาย หุ้น กองทุน นอก
ลงทุนหุ้นธนาคาร 1 ล้านบาท: 7 เดือนได้กำไรกี่บาท
💬 ความเห็น
0✍️ เพิ่มความเห็น