Menu

หุ้นกู้ vs หุ้นปันผล บริษัทเดียวกัน เลือกแบบไหนคุ้มกว่า

Aug 18, 2026 1 min read 47 views
หุ้นกู้ vs หุ้นปันผล บริษัทเดียวกัน เลือกแบบไหนคุ้มกว่า

หุ้นกู้ vs หุ้นปันผล บริษัทเดียวกัน แบบไหนให้ผลตอบแทนมากกว่ากัน?

การลงทุนในบริษัทเดียวกันระหว่างการถือครองตราสารหนี้เพื่อรับ ดอกเบี้ยหุ้นกู้กับเงินปันผล จากหุ้นสามัญ ให้โครงสร้างกระแสเงินสดและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบข้อมูลผลตอบแทน ณ ปัจจุบันเผยให้เห็นว่า ในบางบริษัทอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินปันผลอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บางบริษัทอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) กลับสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้อย่างชัดเจน การศึกษาสถิติเชิงลึกจะช่วยให้นักลงทุนประเมินทิศทางการจัดสรรพอร์ตโฟลิโอได้อย่างแม่นยำ

เปรียบเทียบผลตอบแทน หุ้นกู้ vs หุ้นปันผล จากบริษัทเดียวกัน

สถิติเปรียบเทียบหุ้นกู้กับหุ้น 11 บริษัทยักษ์ใหญ่: กลุ่มไหนให้ผลตอบแทนชนะ?

การวิเคราะห์ เปรียบเทียบหุ้นกู้กับหุ้น จากข้อมูล 11 บริษัทจดทะเบียน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มโครงสร้างผลตอบแทน ดังนี้

1. กลุ่มที่ดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินปันผล

  • ANAN (อนันดา): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 7.20% (อายุ 2.6 ปี, เครดิตเรตติ้ง BB) | เงินปันผล 0.00% (ไม่จ่าย) | ส่วนต่าง +7.20%

  • ORI (ออริจิ้น): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 6.10% (อายุ 1.75 ปี, เครดิตเรตติ้ง BBB) | เงินปันผล 3.52% | ส่วนต่าง +2.58%

  • IRPC (ไออาร์พีซี): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.70% (อายุ 3 ปี, เครดิตเรตติ้ง A-) | เงินปันผล 0.44% | ส่วนต่าง +2.26%

  • BGRIM (บี.กริม เพาเวอร์): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.60% (อายุ 4 ปี, เครดิตเรตติ้ง A-) | เงินปันผล 2.31% | ส่วนต่าง +0.29%

  • TRUE (ทรู): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.50% (อายุ 5 ปี, เครดิตเรตติ้ง A+) | เงินปันผล 2.30% | ส่วนต่าง +0.20%

  • STECON (สเตคอน): ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3.30% (อายุ 3 ปี, เครดิตเรตติ้ง BBB+) | เงินปันผล 3.18% | ส่วนต่าง +0.12%

กลุ่มที่จ่ายเงินปันผลหุ้นให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยหุ้นกู้

  • SIRI (แสนสิริ): เงินปันผล 8.48% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3.10% (อายุ 3 ปี, เครดิตเรตติ้ง BBB+) | ส่วนต่าง +5.38%

  • CPF (ซีพีเอฟ): เงินปันผล 5.78% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.60% (อายุ 5 ปี, เครดิตเรตติ้ง A) | ส่วนต่าง +3.18%

  • KTC (บัตรกรุงไทย): เงินปันผล 4.54% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.02% (อายุ 5 ปี, เครดิตเรตติ้ง AA) | ส่วนต่าง +2.52%

  • CPALL (ซีพี ออลล์): เงินปันผล 3.38% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.53% (อายุ 5.9 ปี, เครดิตเรตติ้ง AA-) | ส่วนต่าง +0.85%

  • BJC (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์): เงินปันผล 3.23% | ดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.43% (อายุ 6 ปี, เครดิตเรตติ้ง A) | ส่วนต่าง +0.80%

ข้อพิจารณาเชิงลึก: ปัจจัยความเสี่ยงและโครงสร้าง ผลตอบแทนหุ้นกู้ หุ้นปันผล ที่ต้องรู้

การพิจารณาว่าจะ ลงทุนหุ้นกู้หรือหุ้นดี ไม่สามารถตัดสินจากตัวเลขอัตราผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินโครงสร้างความเสี่ยงร่วมด้วย

  • อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating): หุ้นกู้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงมักมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงกว่า เช่น ANAN (BB) ขณะที่หุ้นกู้เกรดความน่าเชื่อถือสูงอย่าง KTC (AA) จะเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตามระดับความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ (Capital Gain / Loss): หุ้นสามัญให้อัตราปันผลที่ปรับเปลี่ยนตามผลประกอบการและราคาหุ้นในตลาด หากราคาหุ้นปรับตัวลดลง ผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาอาจทำให้ผลตอบแทนรวมติดลบได้

  • ภาระภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ดอกเบี้ยหุ้นกู้และเงินปันผลหุ้นมีโครงสร้างภาษีหัก ณ ที่จ่ายและการขอเครดิตภาษีที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิที่แท้จริง

เลือกลงทุนหุ้นกู้หรือหุ้นดี? วางแผนกลยุทธ์ให้ตรงกับเป้าหมายทางการเงินของคุณ

  • ข้อมูล ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 จากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

  • อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้เป็นอัตราคงที่ ณ วันเสนอขายตามรุ่นที่อ้างอิง และเงินปันผลคำนวณจากข้อมูลย้อนหลัง ตัวเลขทั้งหมดเป็นอัตราก่อนหักภาษี

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

 

💬 ความเห็น

0

✍️ เพิ่มความเห็น

Recommended for You