Menu

รอลุ้นราคาไทย! Rolex Perpetual Padellone เริ่ม 59,000 ดอลลาร์

Sep 20, 2026 6 min read 19 views
รอลุ้นราคาไทย! Rolex Perpetual Padellone เริ่ม 59,000 ดอลลาร์

Rolex Perpetual Padellone ปลุกชื่อเล่นยุค 50s ขึ้นเป็นชื่อรุ่นจริง พร้อมปฏิทินรายปีและราคาครบสามแบบ

Rolex เปิดตัว Perpetual Padellone เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 เป็นครั้งแรกที่แบรนด์หยิบชื่อเล่น Padellone ที่นักสะสมชาวอิตาลีตั้งให้ Ref. 8171 ยุค 1949 ถึง 1953 ขึ้นมาใช้เป็นชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการ ตัวเรือน 39 มม. มีให้เลือกทั้ง Everose gold 18 กะรัต หน้าปัดขาว และแพลทินัม 950 หน้าปัด Ice Blue ราคาเริ่มต้น 59,000 ดอลลาร์สหรัฐ Rolex Perpetual Padellone ใช้กลไกปฏิทินรายปี ไม่ใช่ปฏิทินถาวร

 

 

สร้อยทองแพงกว่าตัวเรือนแพลทินัม สามแบบเริ่ม 59,000 ถึง 72,800 ดอลลาร์

ไลน์นี้มีสามรหัส ไล่จากราคาเบาที่สุดขึ้นไป:

  • Rolex - 53505-0002
    Everose gold 18 กะรัต หน้าปัดขาว สายหนังจระเข้สีน้ำตาลด้าน ล็อก Dualclasp

  • Rolex - 53506-0002
    แพลทินัม 950 หน้าปัด Ice Blue สายหนังจระเข้สีดำด้าน ล็อก Dualclasp

  • Rolex - 53505-0003
    Everose gold 18 กะรัต หน้าปัดขาว สร้อย Settimo เจ็ดข้อ ล็อกซ่อน Crownclasp

รหัส วัสดุ / สาย ราคาสหรัฐ แปลงเป็นบาท
53505-0002 Everose + สายหนังน้ำตาล 59,000 ดอลลาร์ 1,965,880
53506-0002 แพลทินัม + สายหนังดำ 66,200 ดอลลาร์ 2,205,784
53505-0003 Everose + สร้อย Settimo 72,800 ดอลลาร์ 2,425,696

ราคาสหรัฐจากการเปิดตัวของ Rolex · แปลงที่อัตรากลาง 1 ดอลลาร์ = 33.32 บาท วันที่ 20 กันยายน 2569 · คำนวณโดยทีมติดหรู

จุดที่สะดุดตาเมื่อเรียงราคาคือ รุ่น Everose ที่มาพร้อมสร้อย Settimo แพงกว่ารุ่นแพลทินัมที่ใส่สายหนัง 6,600 ดอลลาร์ หรือราว 219,912 บาท ทั้งที่แพลทินัมเป็นวัสดุที่หนักและแพงกว่าทองในตัวมันเอง ส่วนต่างตรงนี้มาจากปริมาณทอง Everose ที่ใช้ทำสร้อยเจ็ดข้อทั้งเส้น ไม่ได้มาจากตัวเรือน

ถ้าเทียบกันเองในไลน์ สร้อย Settimo บวกเพิ่มจากสายหนัง 23.4% คิดเป็นเงินราว 459,816 บาท ขณะที่การเปลี่ยนจาก Everose เป็นแพลทินัมบวกเพิ่มแค่ 12.2%


Rolex Perpetual Padellone ราคาเท่าไร?

ราคาป้ายสหรัฐเริ่มที่ 59,000 ดอลลาร์สำหรับ Everose gold สายหนัง ขยับเป็น 66,200 ดอลลาร์สำหรับแพลทินัม และ 72,800 ดอลลาร์สำหรับ Everose พร้อมสร้อย Settimo ซึ่งเป็นรุ่นแพงที่สุดของไลน์

 

 

ชื่อรุ่นมีคำว่า Perpetual แต่ไม่ใช่ปฏิทินถาวร ต้องปรับมือปีละครั้ง

คำว่า Perpetual ในชื่อรุ่นของ Rolex หมายถึงระบบขึ้นลานอัตโนมัติ ไม่ได้แปลว่าปฏิทินถาวร และหน้าเว็บทางการของ Rolex ประเทศไทยระบุตรงกันว่าเรือนนี้ใช้ปฏิทินรายปี

กลไกที่ทำงานอยู่ข้างในชื่อว่า Haplos เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของแบรนด์ แยกแยะเดือนที่มี 30 วันกับ 31 วันได้เอง ผู้สวมใส่จึงต้องปรับตั้งเพียงปีละหนึ่งครั้ง ในช่วงรอยต่อจากเดือนกุมภาพันธ์ไปมีนาคม ต่างจากปฏิทินถาวรที่ไม่ต้องปรับเลยแม้แต่ปีอธิกสุรทิน

อีกคุณสมบัติที่ยื่นจดสิทธิบัตรไว้คือการเปลี่ยนแบบทันที เมื่อถึงเที่ยงคืนตรง วัน วันที่ และเดือน จะพลิกพร้อมกันในเสี้ยววินาที ไม่ใช่ค่อย ๆ ไหลข้ามเที่ยงคืนแบบกลไกปฏิทินทั่วไป โดยวันและเดือนเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ปรากฏในช่องสองช่องที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ตามเลย์เอาต์ของ Ref. 8171 ส่วนวันที่ใช้เข็มสีฟ้าปลายเข็มเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ชี้ไปที่ตัวเลขที่เรียงรอบขอบหน้าปัด

รายละเอียดกลไกจาก หน้า Perpetual Padellone บนเว็บไซต์ Rolex ประเทศไทย


Perpetual Padellone เป็นปฏิทินถาวรหรือเปล่า?

ไม่ใช่ เป็นปฏิทินรายปี ต้องปรับมือปีละหนึ่งครั้งตอนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เพราะแผ่นเดือนถูกโปรแกรมไว้สำหรับเดือน 30 และ 31 วันเท่านั้น จุดนี้คือความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดของเรือนนี้ เพราะคำว่า Perpetual ในชื่อชวนให้คิดไปอีกทาง


สิทธิบัตร 30 ฉบับ สองฉบับมีเฉพาะเรือนนี้ และเกณฑ์รับรองที่เพิ่งเข้มขึ้นปีนี้

เครื่องที่ใช้คือคาลิเบอร์ 7190 สเปกที่ Rolex ระบุไว้:

  • ความถี่ 5 เฮิรตซ์ หรือ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง

  • ระบบจักรกล Dynapulse ทำจากซิลิกอน

  • สปริงบาลานซ์ Syloxi ซิลิกอน และแกนบาลานซ์เซรามิก

  • สำรองพลังงาน 66 ชั่วโมง

  • ยื่นจดสิทธิบัตรรวม 30 ฉบับ โดยสองฉบับเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของรุ่นนี้

สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ปี 2026 Rolex ยกระดับการรับรอง Superlative Chronometer ทั้งระบบ ไม่ได้เกี่ยวกับ Padellone เรือนเดียว โดยเพิ่มเกณฑ์ทดสอบใหม่สามข้อ ได้แก่ ความต้านทานสนามแม่เหล็ก ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน ซึ่งนำไปใช้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบและผลิต เกณฑ์ชุดนี้เพิ่มเข้ามาจากของเดิมที่กำหนดไว้เมื่อปี 2015 ซึ่งครอบคลุมความเที่ยงตรง การกันน้ำ ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ และพลังงานสำรอง

เกณฑ์การรับรองจาก หน้าการรับรอง Superlative Chronometer ขั้นใหม่ บนเว็บไซต์ Rolex ประเทศไทย


ฝั่งหน้าปัด ดิสก์มูนเฟสเป็นเคลือบอีนาเมลสีน้ำเงิน โดยทั้งดวงจันทร์เต็มดวงและดวงจันทร์ใหม่ตัดมาจากอุกกาบาตจริง ส่วนดวงจันทร์ใหม่เคลือบ PVD สีน้ำเงินเข้มให้มืดลง ตัวเรือนหนา 12.20 มม. ขอบตัวเรือนเป็นทรงโดมแบบร่องเฟือง กันน้ำ 50 เมตร


การรับรอง Superlative Chronometer ปี 2026 เปลี่ยนอะไรไปบ้าง?

เพิ่มเกณฑ์ทดสอบใหม่สามข้อคือความต้านทานสนามแม่เหล็ก ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน เข้ามาเสริมเกณฑ์ชุดปี 2015 ที่วัดความเที่ยงตรง การกันน้ำ ระบบขึ้นลาน และพลังงานสำรอง ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของหน่วยงานอิสระในสวิตเซอร์แลนด์ และยังใช้ตราสัญลักษณ์กรีนซีลเหมือนเดิม

 

 

ราคาไทยยังไม่ประกาศ แต่พื้นราคาขยับเกินสองล้านไปแล้ว

Rolex ไม่ประกาศราคาขายปลีกในไทยบนเว็บไซต์ ตัวเลขที่จับต้องได้ตอนนี้จึงเป็นป้ายราคาของตลาดที่ประกาศแล้ว ซึ่งเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะแต่ละตลาดคิดภาษีบริโภคไม่เท่ากัน ป้ายอังกฤษรวม VAT 20% ป้ายสวิสรวม VAT 8.1% ส่วนป้ายสหรัฐยังไม่รวมภาษีขายของแต่ละรัฐ

เมื่อถอดภาษีบริโภคออกให้เหลือฐานเดียวกัน แล้วแปลงเป็นบาททั้งหมด ผลออกมาแบบนี้ สำหรับรุ่น Everose สายหนัง:

ตลาด ป้ายราคา ถอดภาษีแล้ว (บาท) ต่างจากถูกสุด
สหรัฐ 59,000 ดอลลาร์ 1,965,880 +7.5%
สวิตเซอร์แลนด์ 52,500 ฟรังก์ 1,968,284 +7.7%
อังกฤษ 49,150 ปอนด์ 1,828,056 ถูกสุด

แปลงที่อัตรากลาง 1 ดอลลาร์ = 33.32 บาท · 1 ฟรังก์ = 40.53 บาท · 1 ปอนด์ = 44.63 บาท วันที่ 20 กันยายน 2569 · ถอด VAT อังกฤษ 20% และ VAT สวิส 8.1% ออกก่อนเทียบ · คำนวณโดยทีมติดหรู

ตัวเลขชุดนี้บอกสองเรื่อง เรื่องแรกคือ เมื่อวางบนฐานเดียวกัน ป้ายสหรัฐกับป้ายสวิสห่างกันแค่ 0.1% ถือว่าเท่ากันในทางปฏิบัติ เรื่องที่สองคือ อังกฤษตั้งราคาก่อนภาษีต่ำกว่าทั้งสองตลาดราว 7.5% ถึง 7.7% และรูปแบบนี้เหมือนกันทั้งสามรุ่น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญของรุ่นใดรุ่นหนึ่ง

สำหรับชาวติดหรูที่รอราคาไทย ให้ใช้ตัวเลข 1,965,880 บาท เป็นพื้น ไม่ใช่ราคาที่จะเห็นบนป้าย เพราะของนำเข้ายังต้องบวกอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทับลงไปอีก ลำพังบวก VAT 7% บนราคาแปลงตรงก็ขยับไปที่ 2,103,492 บาทแล้ว โดยยังไม่นับอากรขาเข้า ราคาไทยจริงจึงเริ่มต้นเหนือสองล้านแน่นอน แต่ตัวเลขสุดท้ายต้องรอ Rolex ประเทศไทยประกาศ


Perpetual Padellone มีขายในไทยไหม?

หน้ารุ่นของ Perpetual Padellone ขึ้นบนเว็บไซต์ Rolex ประเทศไทยแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศราคาขายปลีกหรือวันวางจำหน่าย ช่องทางที่ชัดที่สุดตอนนี้คือติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยตรง เพราะนาฬิกากลไกซับซ้อนระดับนี้มักจัดสรรตามรายชื่อลูกค้าก่อนถึงหน้าร้าน


เรือนนี้คือของสะสม ไม่ใช่ของใส่ทุกวัน ชาวติดหรูควรจองไหม?

ถ้าเป้าหมายคือนาฬิกาเรือนแรกที่ใส่ได้ทุกวัน เรือนนี้ไม่ใช่คำตอบ เพราะกันน้ำ 50 เมตร ใช้สายหนังจระเข้ และมีกลไกปฏิทินที่ต้องดูแล แต่ถ้ามองเป็นของสะสม จุดขายอยู่ที่การเป็นรุ่นแรกที่ Rolex ยกชื่อเล่นของนักสะสมขึ้นเป็นชื่อทางการ บวกกับกลไกที่แบรนด์ยื่นสิทธิบัตรไว้สองฉบับเฉพาะเรือนนี้ ซึ่งเป็นสองอย่างที่ย้อนกลับไปทำใหม่ไม่ได้

อยากรู้ว่าจะไปลองของจริงได้ที่ไหน เปิดดู อัปเดต 2026 บูทีคนาฬิกาหรู ปักหมุดที่ไหนบ้าง ก่อนได้เลย และถ้าสนใจว่าตลาดประมูลให้ค่า Rolex กลไกพิเศษแค่ไหน อ่านต่อที่ Rolex Four Seasons ประมูล Daytona 4 เรือน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะจัดเต็มให้ตู้เซฟเรือนไหน

💬 ความเห็น

0

✍️ เพิ่มความเห็น

Recommended for You