Menu

ทุบสถิติโลก! ประมูล Rolex 4 เรือน ปิด 1,600 ล้าน ที่เข้ามูลนิธิเต็มจำนวน

Oct 06, 2026 1 min read 27 views
ทุบสถิติโลก! ประมูล Rolex 4 เรือน ปิด 1,600 ล้าน ที่เข้ามูลนิธิเต็มจำนวน

ประมูล Rolex ครั้งแรกในประวัติศาสตร์แบรนด์ กับ Daytona ‘Four Seasons’ ว่าทุบสถิติใคร และเงินไปถึงใคร

วันที่ 28 กันยายน 2569 ที่โรงแรม Raffles London กรุงลอนดอน Rolex จัดประมูลการกุศลครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ร่วมกับ Phillips in Association with Bacs & Russo ภายใต้ชื่องาน One-of-a-Kind Auction: The Four Seasons สินค้าคือ Oyster Perpetual Cosmograph Daytona ประดับอัญมณี 4 เรือน เรือนละหนึ่งเดียวในโลก เรือนละหนึ่งฤดูกาล ผลประมูล Rolex ครั้งนี้ปิดรวมที่ 37.3 ล้านปอนด์ หรือราว 49.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

เรือนที่ปิดสูงสุดกับเรือนที่ปิดต่ำสุด ห่างกัน 3.5 ล้านปอนด์

ทั้งสี่เรือนเป็น Daytona ตัวเรือน 40 มม. กลไก Calibre 4131 เหมือนกันหมด ต่างกันที่โลหะ อัญมณีบนขอบ และหน้าปัดหินธรรมชาติ แต่ราคาปิดกลับไม่ได้ไล่กันแบบใกล้เคียง เรือนบนสุด 3 เรือนเกาะกลุ่มกันในระยะ 3 แสนปอนด์ ส่วนเรือนที่ 4 หล่นห่างออกไปอีกคนละเรื่อง

ฤดู ราคาปิด ≈ เงินไทย โลหะตัวเรือน หน้าปัด
Summer 10.3 ล้านปอนด์ ~458 ล้านบาท Everose gold 18K เทอร์ควอยซ์
Autumn 10.2 ล้านปอนด์ ~454 ล้านบาท ทองคำ 18K มูคาไคต์
Winter 10 ล้านปอนด์ ~445 ล้านบาท แพลทินัม 950 โอปอลสีน้ำเงิน
Spring 6.8 ล้านปอนด์ ~303 ล้านบาท ทองคำขาว 18K คริสโซเพรส

ราคาปิดจาก Phillips · ตัวเลขเงินไทยเป็นการแปลงค่าโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาที่ประกาศเป็นสกุลบาท

ทำไม Spring ถึงปิดต่ำกว่าอีก 3 เรือนเกือบ 1 ใน 3?

Spring เป็นเรือนทองคำขาวที่มาพร้อมขอบเพอร์เพิลแซฟไฟร์และหน้าปัดคริสโซเพรสสีเขียวมิ้นต์ ปิดที่ 6.8 ล้านปอนด์ ต่ำกว่า Winter ที่อยู่อันดับ 3 อยู่ 3.2 ล้านปอนด์ หรือราว 32% Phillips ไม่ได้ประกาศราคาประเมินไว้ล่วงหน้าสักเรือน จึงไม่มีตัวเลขกลางให้เทียบว่าเรือนไหนเกินคาดหรือต่ำกว่าคาด และผู้ชนะทุกเรือนก็ไม่ถูกเปิดเผยชื่อ

37.3 ล้านปอนด์ใน 65 นาที คือเงินเฉลี่ยนาทีละ 574,000 ปอนด์

งานนี้มีของให้เคาะแค่ 4 รายการ และใช้เวลาทั้งงาน 1 ชั่วโมง 5 นาที โดยมี Aurel Bacs เป็นผู้เคาะค้อน เฉลี่ยแล้วเท่ากับทำเงินได้นาทีละราว 574,000 ปอนด์ หรือตกเรือนละ 9.325 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตลาดประมูลนาฬิกาไม่เคยเห็นมาก่อนในงานเดียว

ค่าเฉลี่ยคำนวณโดยทีมติดหรู จากยอดรวม 37.3 ล้านปอนด์ หารด้วยเวลาประมูล 65 นาที และหารด้วยจำนวน 4 รายการ

ผู้ชนะทั้ง 4 เรือนไม่ได้ยกป้ายในห้องสักคน

ในห้องประมูลคืนนั้นมีผู้ร่วมงานกว่า 250 คน รวมถึง Mick Jagger และ Jon Bon Jovi แต่ทั้ง 4 เรือนตกเป็นของผู้ประมูลทางโทรศัพท์ทั้งหมด โดยผู้ประมูลทางโทรศัพท์ส่วนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องนั้นเอง แล้วเลือกยกหูแทนการยกป้ายเพื่อรักษาตัวตนไว้ ส่วน Leonardo DiCaprio ซึ่งมาร่วมงานในฐานะ Rolex Testimonee ก็ร่วมเคาะหลายรายการ แต่ไม่ได้กลับบ้านพร้อมเรือนไหนเลย

สถิติเดิมเป็นของ Patek Philippe เรือนเดียว ที่ 31 ล้านฟรังก์

ก่อนหน้านี้ตัวท็อปที่ทุกคนอ้างถึงคือ Patek Philippe Grandmaster Chime 6300A ที่ปิดไป 31 ล้านฟรังก์สวิสในงาน Only Watch ปี 2019 ซึ่งเป็นสถิติของนาฬิกาเรือนเดียว ไม่ใช่ของทั้งงาน Phillips จึงเลือกใช้คำว่าเป็นสถิติของการส่งเข้าประมูลชุดเดียว ไม่ใช่สถิติของนาฬิกาเรือนเดียว ก่อนงานนี้เราเคยไล่ดูไว้แล้วว่าตลาดเคยจ่ายให้ Daytona ประดับอัญมณีไว้ที่เท่าไหร่ ซึ่งทำให้เห็นว่าตัวเลขของคืนนั้นห่างจากฐานเดิมแค่ไหน

Only Watch 2019 ทั้งงาน 50 รายการ ยังน้อยกว่า 4 เรือนนี้

Only Watch 2019 ทำยอดทั้งงานไว้ที่ 38.593 ล้านฟรังก์สวิส จากของที่เข้าประมูล 50 รายการ ส่วนงานของ Rolex คืนนี้ทำได้ราว 41.15 ล้านฟรังก์สวิส จากของเพียง 4 รายการ นี่คือจุดที่ทำให้ตัวเลขของ Four Seasons อ่านแล้วสะดุด เพราะมันไม่ได้ชนะด้วยจำนวน

ไม่มีค่าธรรมเนียมผู้ซื้อ เงินทุกปอนด์จึงถึงมูลนิธิเต็มจำนวน

ปกติการประมูลจะมีค่าธรรมเนียมผู้ซื้อบวกทับราคาเคาะ และส่วนนั้นเป็นรายได้ของบ้านประมูล แต่เงื่อนไขการขายของงานนี้ระบุชัดว่าไม่คิดค่าธรรมเนียมผู้ซื้อ รายได้ทั้งหมดจึงส่งต่อให้องค์กรการกุศลเต็มจำนวน และแบ่งให้สองแห่งเท่า ๆ กัน

  • Federer Foundation — มูลนิธิของ Roger Federer ทำงานด้านการศึกษาปฐมวัยในแอฟริกาตอนใต้และสวิตเซอร์แลนด์

  • Re:wild — องค์กรอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ร่วมก่อตั้งโดย Leonardo DiCaprio

ทั้งสองคนมาร่วมงานในฐานะอะไร?

ทั้ง Roger Federer และ Leonardo DiCaprio เป็น Rolex Testimonee และมาร่วมงานในค่ำคืนนั้นด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ปลายทางของเงินทั้งสองก้อนผูกกับทั้งคู่โดยตรง ไม่ใช่การเลือกมูลนิธิแบบทั่วไป

101 เม็ดต่อเรือน และหน้าปัดที่เป็นหินธรรมชาติคนละชนิด

สิ่งที่ทำให้สี่เรือนนี้ซ้ำไม่ได้ ไม่ใช่แค่คำว่าหนึ่งเดียวในโลก แต่เป็นหินธรรมชาติที่ใช้ทำหน้าปัดและวงหน้าปัดย่อย ซึ่งไม่มีก้อนไหนลายเหมือนกัน แต่ละเรือนจัดเต็มด้วยอัญมณีรวม 101 เม็ด แบ่งเป็นเพชรเจียระไนทรงกลม 54 เม็ดบนขาสายและไหล่เม็ดมะยม อัญมณีเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมคางหมูบนขอบอีก 36 เม็ด และอีก 11 เม็ดบนวงหน้าปัดย่อย

ฤดู เลขรุ่น อัญมณีบนขอบ หน้าปัด วงหน้าปัดย่อย
Spring 126599 SAVL เพอร์เพิลแซฟไฟร์ 36 เม็ด คริสโซเพรส เลพิโดไลต์
Summer 126595 SARO พิงก์แซฟไฟร์ 36 เม็ด เทอร์ควอยซ์ ทับทิม
Autumn 126598 TML ทัวร์มาลีน 36 เม็ด มูคาไคต์ คริสโซเพรส
Winter 126596 SABV แซฟไฟร์ไล่เฉด 36 เม็ด โอปอลสีน้ำเงิน ลาพิส ลาซูลี


เลขรุ่นของสี่เรือนนี้บอกอะไร?

ตัวอักษรท้ายเลขรุ่นคือรหัสของวัสดุและอัญมณีที่ใช้ ไม่ใช่ชื่อฤดู เช่น SARO ของ Summer กับ SAVL ของ Spring ต่างกันที่ชุดอัญมณี ส่วน TML ของ Autumn มาจากทัวร์มาลีน การอ่านรหัสแบบนี้เป็นวิธีที่นักสะสมใช้แยกเรือนประดับอัญมณีของ Rolex ออกจากกันโดยไม่ต้องดูรูป

 

 

เงินก้อนนี้บอกอะไรกับตลาดนาฬิกา

สี่เรือนนี้ไม่เคยถูกขายที่ไหนมาก่อน ถูกสร้างขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และจะไม่มีการผลิตซ้ำ สำหรับชาวติดหรูสายสะสม สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่ว่าใครได้ไป แต่คือวันที่เรือนใดเรือนหนึ่งกลับเข้าตลาดอีกครั้ง เพราะนั่นคือวันที่ตลาดจะได้รู้ว่าราคาคืนนั้นเป็นราคาของการกุศล หรือเป็นราคาจริงของนาฬิกา · อ่านเบื้องหลังสี่เรือนนี้ก่อนวันประมูลได้ที่ Rolex Four Seasons และดูอีกเรือนที่ชาวติดหรูรอราคาไทยอยู่ที่ Rolex Padellone

💬 ความเห็น

0

✍️ เพิ่มความเห็น

Recommended for You